สินค้าขายดี

      
 






Line ID : @certaindri

เพิ่มเพื่อน

พูดคุย-สอบถามสินค้าทาง line
ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

Subscribe ไอชิ

 

    

บทความ-รักษาภาวะหลั่งเหงื่อมากได้อย่างไร?

ราคา: 0 บาท
รหัสสินค้า: บทความ
สถานะสินค้า: มีสินค้า

 

รักษาภาวะหลั่งเหงื่อมากได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาภาวะหลั่งเหงื่อมาก ได้แก่

 

การรักษาภาวะหลั่งเหงื่อมากเฉพาะจุดโดยไม่รู้สาเหตุ (ภาวะปฐมภูมิ) มีหลายวิธีอาจใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือร่วมกันหลายวิธี ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อแต่ละวิธีการ และดุล พินิจของแพทย์

 

-  โดยทั่วไปจะเริ่มด้วย ยาทาเฉพาะที่ที่เรียกว่า Antiperspirants ทายาตรงตำแหน่งที่เกิดอาการ โดยทาหลังอาบน้ำ หลังเช็ดบริเวณนั้นให้แห้ง ซึ่งยามีคุณสมบัติก่อให้เกิดการอุดตันของท่อเหงื่อและเกิดการฝ่อตัวของต่อมเหงื่อ โดยทายาติดต่อกันทุกคืนจนกว่าเหงื่อจะออกน้อยลง ต่อจากนั้นจะทยอยทายาห่างออกไป เช่น เป็นทุกสัปดาห์ หรือ ทุก 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งยามักได้ผลภายใน 2 วันถึง 4 สัปดาห์ เมื่อหยุดใช้ยาอาการมักกลับเป็นใหม่ได้อีก จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง

 

-  ยาลดการทำงานของประสาทอัตโนมัติ ซึ่งมีทั้งชนิดทาเฉพาะที่ และชนิดกิน

 

-  การรักษาโดยวิธีที่เรียกว่า ไอออนโตฟอรีสิส (Iontophoresis) คือการใช้กระ แสไฟฟ้าพลังงานต่ำเป็นตัวนำโมเลกุลของน้ำธรรมดา หรือของตัวยา เพื่อให้เข้าสู่ผิวหนังเฉพาะที่มีต่อมเหงื่อที่เกิดอาการโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้ต่อมเหงื่อในบริเวณที่ได้รับกระแสไฟ ฟ้าลดการทำงานลง การรักษาอาจต้องทำอย่างน้อย 2-3 ครั้งจึงจะเห็นผล และอาจต้องให้การรักษาซ้ำทุกๆ 1 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกลับคืนมาอีก

 

-  การฉีดยาโบทอก (Botox หรือ Botulinum toxin) ซึ่งจะลดการทำงานของประ สาทอัตโนมัติ จึงลดอาการเหงื่อออก ซึ่งก็ต้องฉีดซ้ำเมื่ออาการกลับคืนมาอีก โดยแต่ละครั้งของการใช้ยา จะเห็นผลภายในประมาณ 1-4 สัปดาห์ และจะควบคุมอาการได้นานประมาณ 3-5 เดือน

 

-  การผ่าตัด หรือการจี้ปมประสาท (Ganglion) ของประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมต่อมเหงื่อในตำแหน่งนั้นๆ ซึ่งมักเห็นผลทันทีภายหลังรักษา โดยพบอาการย้อนกลับเป็นซ้ำได้ประมาณ 1%ใน 1 ปี และประมาณ 2-5%ในปีต่อๆมา

 

การรักษาภาวะหลั่งเหงื่อมากทั่วตัวที่ทราบสาเหตุ (ภาวะทุติยภูมิ) คือการรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละสาเหตุ เช่น การรักษาโรคมะเร็ง โรคมาลาเรีย โรคเบาหวาน หรือการปรับเปลี่ยนยาเมื่อเกิดจากผลข้างเคียงของยา เป็นต้น

 

 

 

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ. พวงทอง ไกรพิบูลย์ พบ.
วว. รังสีรักษาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์

ที่มา : http://haamor.com

เขียนข้อคิดเห็น

ชื่อของคุณ:
ความคิดเห็น:
หมายเหตุ: ไม่รองรับข้อความที่มีรูปแบบ เช่น HTML!

ให้คะแนน: แย่            ดี

พิมพ์รหัสป้องกันสแปม:



สินค้าที่ใกล้เคียง

Comment
 

สินค้าล่าสุด