สินค้าขายดี

      
 






Line ID : @certaindri

เพิ่มเพื่อน

พูดคุย-สอบถามสินค้าทาง line
ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

Subscribe ไอชิ

 

    

บทความ-กลิ่นรักแร้รักษาได้

ราคา: 0 บาท
รหัสสินค้า: บทความ
สถานะสินค้า: มีสินค้า

 

 

กลิ่นตัวมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายอย่าง

1. เหงื่อ ระบบภายในร่างกายจะขับของเสียต่างๆออกมาทางรูขุมขน ซึ่งมีสารต่างๆปนออกมาด้วย เช่น เกลือ ไขมัน ยูเรีย     ทำให้เกิดความอับชื้นเมื่อเจอแบคทีเรียในอากาศทำให้เกิดกลิ่นขึ้นมา
2. ไขมันและโปรตีน จากอาหารที่ทานเข้าไป
3. แป้ง จะถูกร่างกายย่อยออกมาพร้อมกับเหงื่อ และถูกแบคทีเรียย่อยสลาย จนมีกลิ่นเกิดขึ้น
4. ฮอร์โมนบางชนิดในร่างกายโดยเฉพาะ ‘ฟีโรโมน’ กลิ่นเหล่านี้นอกจากติดผิวหนังแล้วยังติดเสื้อผ้าที่สวมใส่อีกด้วย

 

กลิ่นรักแร้รักษาได้

    ก่อนอื่นต้องวิเคราะห์ดูว่า กลิ่นรักแร้แรงนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร เพื่อจะแก้ไขปัญหาให้ได้ตรงจุด ซึ่งวิธีกำจัดกลิ่นโดยทั่วไป คือการใส่เสื้อผ้าที่สะอาดไม่ใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น ชำระล้างร่างกายสม่ำเสมอเพื่อลดเชื้อแบคทีเรียและความอับชื้น ลดอาหารหรือเครื่องดื่มที่อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ฯลฯ แล้วเรายังสามารถใช้วิธีรักษาทางการแพทย์ร่วมได้อีกด้วย ได้แก่
   
1.     การฉีดโบท็อก ณ บริเวณที่เกิดกลิ่นที่นิยมทำกันมากได้แก่ บริเวณรักแร้ โดยใช้หลักในการลดเหงื่อบริเวณนั้นๆ ให้น้อยลงและแห้งสนิทภายใน 7 วัน โดยการฉีด 1 ครั้งสามารถลดเหงื่อได้ 4-6 เดือน
คำแนะนำ เมื่อยาหมดฤทธิ์กระบวนการทำงานของต่อม Apocrine จะกลับมาเหมือนเดิม กลิ่นก็จะกลับมาด้วย คนไข้จึงต้องมาฉีดซ้ำ
   
2.     การรักษาด้วย O-Laser มีหลักการคือใช้พลังงานเลเซอร์เพื่อไปทำลายต่อมเหงื่อบริเวณใต้ผิวหนังให้เหลือลดลงทำให้การผลิตเหงื่อบริเวณนั้นน้อยตามไปด้วย จึงทำให้กลิ่นรักแร้ที่ออกมานั้นลดหายไปนั้นเอง
วิธีการรักษา ไม่ต้องวางยาสลบ ใช้แค่ยาชาเท่านั้นโดยจะเปิดแผลไม่เกิน 1 ซม.ในจุดที่ต้องการกำจัดกลิ่น (ส่วนใหญ่ทำบริเวณ รักแร้และหน้าอก) เพื่อนสอดเส้นใยเลเซอร์ลงไปใต้ชั้นผิวซึ่งพลังงานเลเซอร์จะทำให้เกิดความร้อนขึ้นในบริเวณต่อมเหงื่อ จำนวนต่อมเหงื่อจึงลดลงจากการทำลายด้วยความร้อน ซึ่งเลเซอร์จะทำงานเฉพาะในชั้นไขมันเท่านั้น (ไม่ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ) จึงปลอดภัยและกำจัดกลิ่นรักแร้ได้ถึงแหล่งกำเนิดอย่างแท้จริง เมื่อจำนวนต่อมเหงื่อลดลง เหงื่อจึงมีปริมาณน้อยลงกลิ่นเหงื่อจึงลดลงตามไปด้วย
คำแนะนำ จำนวนครั้งในการทำต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้ง(ขึ้นอยู่กับผลที่คนไข้ได้รับ) ผลที่ได้จากการรักษาสามารถดับกลิ่นรักแร้ลงประมาณ 70-80% เพราะสามเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นนั้นนอกจากต่อมใต้ผิวแล้วยังมีสาเหตุมาจากเหงื่อและเส้นขนจึงควรกำจัดขนร่วมด้วย (เพราะแบคทีเรียที่เกาะตามรูขุมขนจะทำปฏิกิริยากับเหงื่อทำให้เกิดกลิ่นรักแร้นั้นเอง)
   
3.     การผ่าตัดต่อมไขมันออก ศัลยกรรมลดกลิ่นส่วนใหญ่จะได้ผลดีถึงดีมากในการลดเหงื่อนอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันและกำจัดขนที่อยู่ตื้นๆ ใต้ผิวหนัง เพื่อจะทำให้เกิดเหงื่อน้อยลง เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ไม่เจริญเติบโตแพร่พันธุ์ออกมา
วิธีการรักษา เริ่มจากฉีดยาชาแล้วเปิดบาดแผลตามแนวรอยพับของรักแร้ยาวประมาณ 5 ซม. จากนั้นแพทย์จะทำการตัดต่อมไขมันใต้ผิวหนังออกไป (ตัวการทำให้เกิดกลิ่นรุนแรงผิดปกติ) โดยต้องพยายามขจัดต่อมไขมันออกให้มากที่สุด แล้วจึงเย็บปิดบาดแผลให้ดูเนียนกลมกลืนกับรอยพับของผิวหนังวิธีนี้สามารถลดต่อมไขมันได้ประมาณ 95% แต่มีข้อเสีย คือ จะเกิดบาดแผลค่อนข้างใหญ่
คำแนะนำ ระยะเวลาของแผลหายขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคนปกติใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 5 วัน ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำในช่วง 7 วันแรกรวมทั้งไม่ควรใช้งานแขนที่ต้องกระทบกับรักแร้ใน 2 สัปดาห์แรก ถ้าหากแพทย์ที่รักษา ทำลายต่อมออกน้อย เพราะเกรงว่าจะทำให้ผิวหนังตาย การผ่าตัดก็อาจไม่ได้ผลดีและถ้าหากแพทย์ผ่าตัดด้วยความรุนแรง หรือไม่ระมัดระวังผลต่อผิวหนังก็จะมีปัญหาเรื่องผิวหนังตายทำให้ผิวส่วนนั้นดำได้
   
4.     การดูดไขมันเพื่อกำจัดกลิ่น ปัจจุบันมีนวัตนกรรมทันสมัยที่ใช้กำจัดไขมันในบริเวณที่บอบบางอย่างเช่น ด้วยEndolaser techniq หลักการสลายไขมันโดยลำแสงเลเซอร์แล้วดูดกลับออกมาผ่านช่องทางเดิม สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกายให้รอยแผลเล็กประมาณ ? ซม. ไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงเสียหายโดยเฉพาะเส้นเลือดและเส้นประสาทรอบๆ ไขมัน ถ้ากระทบบ้างก็บอบช้ำน้อยมาก คนไข้สามารถฟื้นตัวได้ไวกว่าการผ่าตัดแบบเดิมๆ
วิธีการรักษา จะฉีดสารละลายน้ำเกลือชนิดพิเศษ เข้าบริเวณผิวที่ต้องการดูดไขมันออก ช่วยให้เกิดอาการชา จากนั้นสอดท่อเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปปล่อยพลังงานคลื่นเสียง เพื่อสลายไขมันจนกลายเป็นของเหลวแล้วดูดออกทางท่อเครื่องมือเดิมอย่างนุ่มนวลแล้วจึงเย็บปิดบาดแผลให้เรียบร้อย
คำแนะนำ การดูดไขมันอาจลดกลิ่นลงได้น้อยกว่าการศัลยกรรมผ่าตัดต่อมไขมัน แต่แผลที่เหลือไว้จะเล็กมาก คนไข้จะรู้สึกเจ็บปวดน้อยและมีรอยช้ำไม่มาก ผิวฟื้นตัวเร็ว เกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุดอีกด้วย 

 

เขียนข้อคิดเห็น

ชื่อของคุณ:
ความคิดเห็น:
หมายเหตุ: ไม่รองรับข้อความที่มีรูปแบบ เช่น HTML!

ให้คะแนน: แย่            ดี

พิมพ์รหัสป้องกันสแปม:



สินค้าที่ใกล้เคียง

Comment
 

สินค้าล่าสุด